กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
(Greater Mekong Sub region Economic Cooperation: GMS)
เป็นความร่วมมือของ 6 ประเทศ คือ ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีนตอนใต้ ตั้งแต่ ปี พ.ศ.
2535 โดยมีธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) เป็นผู้ให้การสนับสนุนหลักทางวิชาการและจัดหาเงินทุน
• วัตถุประสงค์
1. ส่งเสริมการขยายตัวด้านอุตสาหกรรม การเกษตร การค้า การลงทุนและบริการ เพื่อให้เกิดการจ้างงาน
ยกระดับการครองชีพ
2. ให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการศึกษาระหว่างกัน
3. ให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ส่งเสริมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
4. ช่วยเพิ่มขีดความสามารถและโอกาสการแข่งขันในเวทีการค้าโลก
• สาขาความร่วมมือ 9 สาขา
1. คมนาคมขนส่ง 2. โทรคมนาคม 3. พลังงาน 4. การค้า/การอำนวยความสะดวกทางการค้า (กรมการค้า
ต่างประเทศ เป็นหน่วยประสานงานหลักของไทย) 5. การลงทุน 6. การเกษตร 7. สิ่งแวดล้อม 8. การ
ท่องเที่ยว 9. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
• แผนงานลำดับความสำคัญสูงสุด 11 แผนงาน
1. แผนงานพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจตอนใต้ (Southern Economic Corridor)
2. แผนงานพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor)
3. แผนงานพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor)
4. แผนงานพัฒนาเครือข่ายโทรคมนาคม
5. แผนงานซื้อ-ขายไฟฟ้าและการเชื่อมโยงเครือข่ายสายส่งไฟฟ้า
6. แผนงานการอำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุนข้ามพรมแดน
7. แผนงานเสริมสร้างการมีส่วนร่วมและความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน
8. แผนงานพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และทักษะความชำนาญ
9. กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาสิ่งแวดล้อม
10. แผนงานการป้องกันน้ำท่วมและการจัดการทรัพยากรน้ำ
11. แผนงานการพัฒนาการท่องเที่ยว
กลไกการทำงานของกรอบ GMS แบ่งเป็นการดำเนินงาน 4 ระดับ ได้แก่
1. การประชุมระดับคณะทำงาน (Working Group Meeting) ของแต่ละสาขาความร่วมมือ เพื่อประสานงานความคืบหน้าของกิจกรรมต่าง ๆ โดยในสาขาความร่วมมือทางการค้า ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศเป็นหน่วยประสานงานหลัก (Focal Point) ของไทย ได้มีจัดการประชุมไปแล้ว 5 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 พฤษภาคม 2550 ณ โรงแรมปาร์คนายเลิศ กรุงเทพฯ
2. การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (Senior Official Meeting) ประชุม เฉลี่ยปีละ 1 ครั้ง โดยปกติจะจัดประชุมล่วงหน้า 1 – 2 วันก่อนการประชุมระดับรัฐมนตรี (Ministrial Meeting) มีเลขาธิการ/รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ทั้งนี้มีการจัดประชุมไปแล้ว 15 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดจัดขึ้น ณ ณ จังหวัดเพชรบุรี ระหว่างวันที่ 17-19 มิถุนายน 2552
3. ระดับรัฐมนตรี (Ministerial Meeting) ประชุมเฉลี่ยปีละ 1 ครั้ง โดยจัดประชุมไปแล้ว 15 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดจัดขึ้น ณ จังหวัดเพชรบุรี ระหว่างวันที่ 17-19 มิถุนายน 2552
4. ระดับผู้นำ (GMS Summit) ประชุมทุก ๆ 3 ปี โดยจัดประชุมไปแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดจัดขึ้น ณ นครเวียงจันทร์ สปป.ลาว ระหว่างวันทีE 30-31 มีนาคม 2551
กิจกรรม/โครงการพัฒนาที่สำคัญในสาขาการอำนวยความสะดวกทางการค้า
1 ความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Cross Border Transport Agreement : CBTA)
เป็นความตกลงที่ช่วยอำนวยความสะดวกการผ่านแดนและข้ามแดนของคนและสินค้าในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ้งประเทศสมาชิกทั้ง 6 ประเทศได้ให้สัตยาบันความตกลงแล้ว โดยเริ่มมีการทำข้อตกลงโดยไทย สปป.ลาว และเวียดนาม ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2542 และต่อมาในปี 2548 ประเทศพม่า กัมพูชา และจีน ก็เข้าร่วมทำความตกลง
วัตถุประสงค์
1) อำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าและบุคคลข้ามพรมแดนระหว่างและท่ามกลางภาคีคู่สัญญา
2) ลดความยุ่งยาก และประสานกฎหมาย กฎระเบียบพิธีการ ข้อกำหนดเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าและ
บุคคลข้ามพรมแดน
3) ส่งเสริมการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (MULTIMODAL TRANSPORT)ทั้งนี้ ประเทศไทยได้
กำหนดจุดผ่านแดนนำร่องที่จะบังคับใช้ CBTA เป็น 2 ระยะ โดยระยะแรก ได้แก่ มุกดาหาร/อรัญ
ประเทศ/แม่สาย/แม่สอด และระยะทีEสอง ได้แก่ หนองคาย/เชียงของ/ช่องเม็ก/ตราด ในส่วนของ ด่าน
มุกดาหาร-สะหวันนะเขต ได้มีการทำบันทึกความเข้าใจในการใช้ GMS CBTA ระหว่างไทย-ลาว ส่วน
ในด่านอรัญประเทศ-ปอยเปต แม่สอด-เมียวดี และแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก เป็นเพียงการทำบันทึกความเข้าใจ
ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนสิทธิการจราจร (MOU on Exchange of Traffic Right)
ความคืบหน้า
ความตกลง CBTA ในแต่ละภาคผนวกและพิธีสารทั้ง 20 ฉบับนั้น อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานต่างคือ กรมการขนส่งทางบก กรมศุลกากร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมทางหลวง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี ปัจจุบัน CBTA ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่มีความคืบหน้าไปบ้าง โดยมีการเปิดใช้เส้นทางเชื่อมโยงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (EWEC) ไทย-ลาว-เวียดนาม แล้ว เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2552
2 การประชุม Regional Meeting: RETA 6328 – Support to Trade Facilitation and Capacity Building
ระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2550นครหนานหนิง มณฑลกวางสี สาธารณรัฐประชาชนจีน
ผลการประชุม
ติดตามความคืบหน้าของกลุ่มงานในการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน ซึ่งเป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการต่อเนื่องจากการประชุมคณะทำงานด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า ครั้งที่ 5 โดยเป็นการแบ่งห้องประชุมย่อย เน้นการจัดทำแผนปฏิบัติการ 4 ด้าน คือ
1) การอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร (Customs)
2) การอำนวยความสะดวกด้านการตรวจมาตรฐานพืชและสัตว์ (SPS)
3) การขนส่งสินค้า (Trade Logistics)
4) การอำนวยความสะดวกเรื่องการผ่านแดน (Business Mobility)
พร้อมข้อเสนอใหม่จาก ADB อีก 2 ประเด็น คือ
5) ศูนย์รวมข้อมูล (Information Platform): ใช้เป็นข้อมูลร่วมกันเรื่องศุลกากรและ SPS
6) สถาบันปฏิบัติการด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้าในภูมิภาค (Regional Institutional Mechanism
for Trade Facility)
3 การประชุมเพื่อพิจารณาข้อเสนอโครงการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการในอนุภูมิภาคเพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการขนส่งในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (RETA:
Enhancing Transport and Trade Facilitation in GMS) วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 ที่กรุงเทพฯ
ผลการประชุม
ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยคณะกรรมการภายใต้ข้อตกลงการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน (CBTA) และ
คณะทำงานอำนวยความสะดวกทางการค้า (TFWG) พร้อมด้วย ADB World Bank WCO หน่วยงานไทย
ประกอบด้วยกรมการค้าต่างประเทศ และกรมการขนส่งทางบก มีวัตถุประสงค์การประชุมเพื่อรับทราบข้อคิดเห็นต่อโครงการฯ ก่อนจะสรุปเป็นข้อเสนอขั้นสุดท้ายของโครงการฯ ก่อนการประชุม GMS Summit ครั้งที่ 3 ที่เวียงจันทร์
คต. ในฐานะหน่วยประสานงานหลักสาขาการอำนวยความสะดวกด้านการค้า แต่ที่ผ่านมาไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับงานในความรับผิดชอบของกระทรวงพาณิชย์เลย จึงควรผลักดันประเด็นความร่วมมือทางการค้า ที่เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนคณะผู้แทน (Trade Missions) การจัดงานแสดงสินค้า (Trade Fairs) และข้อมูลทางการค้า (Trade Information) เพื่อเป็นอีกมาตรการหนึ่งในการสนับสนุนการอำนวยความสะดวกทางการค้า
4 โครงการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการเกี่ยวกับแผนงานการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ระดับประเทศและอนุภูมิภาค GMS (Regional Technical Assistance: RETA6450 Enhancing Transport and Trade Facilitation in the GMS – Development of National and Regional Logistics Plans)
ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) เป็นผู้จัดทำ และเสนอให้ประเทศ
สมาชิก GMS พิจารณา โดยเจ้าหน้าจาก ADB และทีมผู้เชี่ยวชาญจะขอเข้าพบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย ซึ่งประกอบด้วย สศช. กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางน้ำ การท่าเรือ การรถไฟ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย กระทรวงอุตสาหกรรม กรมศุลกากร และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อหารือและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่าง Concept Note ของโครงการดังกล่าว ในระหว่างวันทีE 9-15 ตุลาคม 2551
5. กรอบยุทธศาสตร์การปฏิบัติงานเพื่อการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนในอนุภูมิภาค GMS (Strategic Framework for Action on Trade Facilitation and Investment in the GMS: SFA-TFI)
โดยจีนเป็นผู้เสนอยุทธศาสตร์ฯ ดังกล่าว และได้รับการรับรองในการประชุมสุดยอดผู้นำ (GMS
Summit) ครั้งที่ 2 ณ นครคุนหมิง เมื่อเดือน กรกฎาคม 2548 โดยร่าง SFA-TFI มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกทางการค้าในการกำหนดมาตรฐานความโปร่งใส ขั้นตอนระเบียบทางการค้าและพิธีการศุลกากร การเคลื่อนย้ายนักธุรกิจและสินค้าในภูมิภาค และการจัดการฐานข้อมูลทางการค้าร่วมกัน โดยร่างฯดังกล่าวได้กำหนดระยะเวลาและแนวทางปฏิบัติเพื่อให้สามารถดำเนินการตามแผนได้อย่างเป็นรูปธรรม แบ่งกิจกรรมการดำเนินการเป็น 4 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ 1) Custom Procedures 2) Inspection and Quarantine Measures 3) Trade Logistics 4) Mobility of Business People
ความคืบหน้า
ADB จัดทำโครงการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการในอนุภูมิภาคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความ
สะดวกทางการค้าและการขนส่งในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (RETA6450: Enhancing Transport and Trade
Facilitation in GMS) โดยในขั้นแรก จะเน้นการพัฒนาการใช้มาตรการ SPS แก่ประเทศสมาชิก GMS เพื่อให้เกิดความ สะดวกต่อการค้าผ่านแดน และเพื่อป้องกันสุขอนามัยผู้บริโภค เบื้องต้นอยู่ระหว่างผู้เชียวชาญ ADB เข้าหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เข้าหารือกับ ผอ.คท. เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2551) กับการใช้มาตรการ SPS ในแต่ละประเทศสมาชิก เพื่อรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น ทั้งนี้ คาดว่าการจัดทำ Action Plan ดังกล่าวจะเสร็จสมบูรณ์ก่อนสิ้นปี 2552 ADB จัดทำแผนพัฒนาโลจิสติกส์ระดับประเทศและอนุภูมิภาค GMS (Development of National and Regional Logistics Plans) ซึ้งอยู่ภายใต้โครงการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ RETA6450 เพื่อช่วยให้เกิดการประสานและสอดคล้องกันทางด้านกฎระเบียบ อีกทั้งเอื้อประโยชน์ต่อการเคลื่อนย้ายสินค้าและบุคคลผ่านแดนให้มีความสะดวกตลอดจนลดต้นทุนค่าใช้จ่ายและเวลามากขึ้น โดยในเบื้องต้น อยู่ระหว่างทีมผู้เชียวชาญจาก ADB เข้าพบหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการค้าและโลจิสติกส์ในประเทศสมาชิก GMS เพื่อรับทราบข้อมูล สถานการณ์ปัจจุบันและนำเสนอแผนงานดังกล่าวให้สมาชิก GMS รับทราบขั้นตอนของการจัดทำแผนงานฯ โดยขั้นตอนดังกล่าวจะ
แล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2551 (ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์จาก ADB เข้าหารือ ผอ.คท. เมื่อ 15 ตุลาคม 2551)
6 การประชุม GMS Economic Corridors Forum (ECF) ผลการประชุม
เป็นการจัดประชุมโดยคำเชิญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อพิจารณาผลการศึกษาของ ADB ใน Concept Paper เกี่ยวกับการจัดตั้งกลไกการดำเนินงาน ECF (พร้อมด้วย Governor’s Forum และ Business Council) และแนวปฏิบัติระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North South Economic Corridors Forum) (ทั้งนี้ แนวคิดการจัดตั้ง ECF เป็นแนวคิดของจีน) ECF เป็นกลไกในการผลักดันการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ของ GMS ที่เกิดขึ้นบนแนวพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ NSEC, EWEC และ SEC เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดชายแดนในแนวพื้นที่เศรษฐกิจ และเพื่อผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติที่เน้นการดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการ
ข้ามแดนและผ่านแดน รวมทั้งการยกระดับการพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจในGMS โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชายแดนที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศบนเส้นทาง Corridor
ความคืบหน้า
ได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างประเทศตามแนวพื้นที่เศรษฐกิจตอนใต้ (Southern Economic
Corridors: SEC) เมื่อวันที่ 2-4 สิงหาคม 2552 ณ เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการการพัฒนาแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจตอนใต้ และจะนำร่างยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการที่ได้จากการประชุมครั้งนี้ นำเสนอต่อที่ประชุมเวทีหารือเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ ครั้งที่ 2 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
7.การประชุมระดับรัฐมนตรีลุ่มแม่น โขง ครั้งที่ 15 ระหว่างวันที่ 17-19 มิถุนายน 2553 ณ จังหวัดเพชรบุรี
ผลการประชุม
ที่ประชุมรัฐมนตรี 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ได้เห็นชอบแผนปฏิบัติการ 5 ด้านที่ผู้นำ 6 ประเทศได้มอบหมายจากคราวประชุมสุดยอดผู้นำเมื่อเดือนมีนาคม 2551 คือ
แผนปฏิบัติการพื้นที่เศรษฐกิจตามแนวเหนือ-ใต้ (North–South Economic Corridor: NSEC)
แผนปฏิบัติการพื้นที่เศรษฐกิจตามแนวตะวันออก-ตะวันตก (East – West Economic Corridor: EWEC)
แผนปฏิบัติการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human ResourceDevelopment Strategic Framework and Action Plan)
แผนที่นำทางขยายความร่วมมือด้านพลังงาน (GMSRoadmap for Expanding Cooperation in Energy) และ
แผนงานความร่วมมือส่งเสริมการลงทุนในอนุภูมิภาค(Work Program for GMS Investment Cooperation)
ทีประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าของการดำเนินงาน 4 เรื่องด้วยกันคือ
(1) แผนปฏิบัติการเวียงจันทน์ 2551-2555 โดยเฉพาะการให้ทุนการศึกษาและฝึกอบรม ซึ่งรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนได้ให้ความช่วยเหลือแก่ ประเทศสมาชิกร่วมกัน โดยในส่วนของไทยได้ให้ทุนผ่านสำนักงานความร่วมมือและการพัฒนาระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นโดยลำดับ เฉพาะปี 2552 คาดว่าจะสามารถให้ทุนได้รวมประมาณ 1,500 ทุน
(2) รายงานผลการดำเนินงานของคณะทำงานจัดการประชุมการพัฒนาแนวเศรษฐกิจ (GMS Economic Corridors Forum, ECF) ซึ่งจีนเป็นเจ้าภาพเมื่อเดือนมิถุนายน 2551 และผลการประชุมความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ในอนุภาคแม่น้ำโขง ซึ่งจีนเป็นเจ้าภาพเมื่อวันที่ 6-10 มิถุนายน 2552
(3)ความก้าวหน้าและความจำเป็นต้องเร่งรัดการดำเนินการตามความตกลงขนส่งสินค้าข้ามแดน (CrossBorder Transport Agreement, CBTA) ซึ่งเป็นพื้นฐานของการอำนวยความสะดวกการขนส่งและการค้า ภายในอนุภูมิภาค และ
(4) รายงานผลการดำเนินงานของภาคเอกชน ซึ่งเสนอให้เร่งรัดการอำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนและการจัดตั้งกองทุนพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME Development Fund) รัฐมนตรีทั้ง 6 ประเทศมีความเห็นที่จะร่วมกันเร่งรัดและผลักดันความร่วมมือในการลงทุนด้าน
โครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคและสร้างความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันในช่วงที่ทั่วโลกต้องประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ที่สำคัญได้แก่ การพัฒนาและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การพัฒนาโครงข่ายเคเบิลใยแก้วระยะที่ 2 ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากจีนและเกาหลี การพัฒนาพลังงานชีวภาพ การลงทุนด้านพลังงานไฟฟ้าและการเชื่อมโยงสายส่งไฟฟ้าระหว่างประเทศ การทำการตลาดท่องเที่ยวร่วมกันในปีแห่งการท่องเที่ยวลุ่มแม่น้ำโขง (Visit Mekong Year 2009-2010) ความร่วมมือในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่แนวชายแดน และลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ
ความคืบหน้าภายใต้สาขาการอำนวยความสะดวกทางการค้า
1. โครงการพัฒนาภายใต้กรอบความร่วมมือ GMS ในอดีตส่วนใหญ่เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ไฟฟ้า ประปา และสะพานข้ามแม่น้ำโขงตามแนวพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ คือ แนวเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridors) แนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) และแนวใต้ (Southern Economic Corridor) เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงกันในอนุภูมิภาค GMS แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสนับสนุนให้เกิดการขยายตัวทางการค้า การลงทุน รวมทั้งการท่องเที่ยวในพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากอุปสรรคทางด้านกฎระเบียบการค้า และการเคลื่อนย้ายสินค้าและบุคคลข้ามพรมแดนของประเทศ GMS ยังไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
2. ADB ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักด้านเงินทุนและวิชาการของการพัฒนาโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจ GMS ได้พยายามหาทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น โดยการจัดทำโครงการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ (RETA 6450: Enhancing Transport and Trade Facilitation in GMS) เพื่ออำนวยความสะดวกการค้าและการขนส่ง โดยเน้น 4 เรื่องหลัก ๆ คือ
(1) การสร้างความเข้มแข็งด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS)
(2) การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ระดับประเทศและอนุภูมิภาค GMS เพื่อลดอุปสรรค
ทางด้าน กฎระเบียบ และต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายและเวลา
(3) การจัดตั้งองค์กร/สถาบันผู้เชี่ยวชาญในการสนับสนุนการอำนวยความสะดวกด้านการ
ขนส่ง และการค้า และ
(4) การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันในอนุภูมิภาค ซึ่งใน 3 กิจกรรมแรกอยู่ระหว่างการ
หารือในเบื้องต้นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการใช้มาตรการ SPS และโลจิสติกส์
ของประเทศสมาชิก GMS ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศในฐานะผู้ประสานงานหลักใน
สาขาการอำนวยความสะดวกทางการค้าก็ได้ชี้แจงและให้ข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่
ของกระทรวงพาณิชย์และกรมการค้าต่างประเทศเพื่อใช้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา
โครงการทั้งสองของ ADB ต่อไป
3. คต. ในฐานะหน่วยประสานงานหลักของไทยสาขาการอำนวยความสะดวกด้านการค้า แต่ที่ผ่านมาไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับงานในความรับผิดชอบของกระทรวงพาณิชย์มากนัก โดยโครงการ/กิจกรรมการพัฒนาในสาขาการอำนวยความสะดวกทางการค้าจะเน้นที่ 4 เรื่องหลัก คือ
1) Customs: กรมศุลกากร
2) Inspection and Quarantine: กระทรวงเกษตรฯ
3) Trade Logistic: กรมการขนส่งทางบก
4) Business Mobility: กระทรวงการต่างประเทศ
อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา คต. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยในสาขาการอำนวยความสะดวกทางการค้า เช่น กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กรมการขนส่งทางบก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย เป็นต้น ได้มีการจัดคณะผู้แทนภาคเอกชนไทยเข้าไปสำรวจลู่ทางขยายการค้า การลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน และจัดสัมมนาทางวิชาการเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าเมื่อใดก็ตามที่กฎระเบียบทางการค้า และการเคลื่อนย้ายสินค้าและบุคคลผ่านแดนได้รับการปรับปรุงให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ภาคเอกชนไทยจะได้รับประโยชน์จากการขยายตัวทางการค้า การลงทุนมากขึ้น
ปัญหาและอุปสรรคการดำเนินงานในสาขาการอำนวยความสะดวกด้านการค้า
1. มีความล่าช้าเนื่องจากปัญหากฎระเบียบทั้งของประเทศเพื่อนบ้านและประเทศไทยเอง อาทิ
1) Single Window Inspection มีปัญหาการนำกฎระเบียบของหลายหน่วยงาน อาทิ กรม
ศุลกากร กรมวิชาการเกษตร และ กรมการค้าต่างประเทศ มาดำเนินการในจุดเดียวกัน
2) ระบบ Single Stop Inspection ยังมีปัญหาเรื่องกฎระเบียบในการส่งเจ้าหน้าที่ไป
ปฏิบัติการในจุดผ่านแดนของประเทศเพื่อนบ้าน
2. ระบบโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เช่น ระบบถนน รางรถไฟ น้ำประปา พลังงาน เป็นต้น ยังไม่มี
มาตรฐานเพียงพอต่อการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ อีกทั้งสถานีบริการน้ำมัน และจุดพักระหว่าง
ทาง รวมทั้งบริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอื่น ๆ ยังขาดแคลนงบประมาณในการก่อสร้าง
3. ระบบโลจิสติกส์ในบางประเทศยังมีความล้าสมัยในการนำเทคโนโลยีมาใช้ ทำให้เป็นอุปสรรค
สำคัญของการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพ
4. แม้ว่าจะมีข้อตกลง CBTA ทีEส่งเสริมให้เกิดความสะดวกในการขนส่งสินค้าผ่านชายแดน
ระหว่าง ประเทศสมาชิก ด้วยการลดขั้นตอนการตรวจเอกสาร แต่ในทางปฏิบัติ ยังไม่สามารถ
บังคับใช้ข้อตกลงดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งกฎระเบียบด้านการคมนาคมแต่ละประเทศยังมี
ความแตกต่างและไม่เป็นมาตรฐานสากล เช่น ภาษาในเอกสารยังไม่เป็นภาษากลาง ปัญหาความ
ไม่สะดวกของรถยนต์ เนื่องจากพวงมาลัยรถยนต์ของไทยอยู่ทางขวา แต่ของลาวและเวียดนาม
อยู่ทางซ้าย(โดยเฉพาะเส้นทาง R9 เป็นถนน 2 เลน อาจมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย) ทำให้
เวียดนาม ยังไม่อนุญาตให้รถขนส่งไทยเข้าไปรับส่งสินค้าได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหามาตรฐาน
กฎระเบียบด้านสุขอนามัยพืชและสัตว์ พิธีการศุลกากร และการเคลื่อนย้ายคนและสินค้าผ่าน
แดน ที่ยังไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
กิจกรรมปี 2552 ของ คต.
1. ร่วมประชุม เวทีขับเคลื่อนแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ (Economic Corridors Forum: ECF) เมื่อวันที่ 10-12 มีนาคม 2552 ณ นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน เพื่อเตรียมการประชุม ECF ครั้งที่ 2 ที่จะจัดขึ้นที่กัมพูชา และการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อเตรียมการประชุมระดับรัฐมนตรี GMS ครั้งที่ 15 ที่ไทยรับเป็นเจ้าภาพจัดในเดือนมิถุนายน 2552 ณ จังหวัดเชียงใหม่
2. ร่วมการประชุม High Level Symposium on GMS Logistics Cooperation เมื่อวันที่ 6-7 มิถุนายน 2552 ณ นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ประกอบการ
3. ร่วมการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (Senior Official Meeting) และการประชุมระดับรัฐมนตรี
(Ministerial Meeting) ครั้งที่ 15 ที่กรุงเทพ เดือนมิถุนายน 2552 ที่เชียงใหม่
4. จัดคณะภาคเอกชนไทยไปเยี่ยมชม และศึกษากฎระเบียบและขั้นตอนพิธีการตรวจปล่อยสินค้า ณ จุดเดียว (Single Window Inspection) ณ ด่านศุลกากรที่สำคัญ ๆ ของไทย เช่น ด่านศุลการมุกดาหาร ด่านศุลกากรเชียงของ จ.เชียงราย และด่านศุลกากรอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ้งเป็นด่านศุลกากรที่สำคัญและมีปริมาณการส่งออก-นำเข้าสินค้าผ่านแดนเป็นจำนวนมาก พร้อมนำคณะสำรวจเส้นทาง R3E เริ่มจาก อ.เชียงของ จ.เชียงราย – บ้านห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว (สปป.ลาว) – บ่อเต้น – คุนหมิง (จีน) เพื่อดูลู่ทางและโอกาสการขยายการค้า การลงทุนในแนวเส้นทางดังกล่าว
5. จัดอบรมสัมมนาร่วมกับภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความรู้แก่ภาคเอกชนเกี่ยวกับความคืบหน้า และประโยชน์ที่จะได้รับจากความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub region Cross-Border Transport Agreement: GMS CBTA) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในอนาคตอันใกล้นี้
6.ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างประเทศตามแนวพื้นที่เศรษฐกิจตอนใต้ (Southern Economic
Corridors: SEC) เมื่อวันที่ 2-4 สิงหาคม 2552 ณ เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการการพัฒนาแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจตอนใต้ และจะนำร่างยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการที่ได้จากการประชุมครั้งนี้ นำเสนอต่อที่ประชุมเวทีหารือเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ ครั้งที่ 2 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
7.ร่วมประชุมเวทีหารือระดับรัฐมนตรีเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ (Economic Corridor Forum: ECF) ครั้งที่ 2 ณ กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 16- 17 กันยายน 2552 โดยการประชุมประกอบด้วย
(1) การประชุมหารือระดับผู้ว่าราชการจังหวัด โดยมีจาดุร อภิชาตบุตร เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่าย
ไทย และ
(2) การประชุมหารือระดับรัฐมนตรี มีนายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
เป็นผู้แทนฝ่ายไทย โดยในการประชุมครั้งนี้ได้มีการลงนามแก้ไขบันทึกความเข้าใจระหว่าง
ไทยและกัมพูชา ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนสิทธิจราจรสำหรับการขนส่งข้ามพรมแดน ณ จุดผ่าน
แดนอรัญประเทศ-ปอยเปต เพื่อเริ่มการเดินรถนำร่องระหว่างกันในจำนวน 40 คัน ณ ด่านอรัญ
ประเทศ-ปอยเปต ภายในต้นปี 2553
กิจกรรมปี 2553 ของ คต
ร่วมประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส GMS National Transport Facilitation Committee (NTFCs) ที่นครโฮจิมินห์ประเทศเวียดนาม โดยในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงาน CBTA ปัญหา และอุปสรรคของแต่ละประเทศ โดยฝ่ายไทยแจ้งว่าภายใต้ CBTA ซึ่งมีภาคผนวก และพิธีสารรวม 20 ฉบับ ปัจจุบันได้มีการให้สัตยาบันไปแล้ว 11 ฉบับ คงเหลืออีก 9 ฉบับ ซึ่งคาดว่าภายในปี 2553 จะสามารถให้สัตยาบันได้อีก 8 ฉบับ
บทความที่ได้รับความนิยม
-
ทฤษฎีการปฏิวัติแนวคลาสสิค (Classical Approach) ของคาร์ล มาร์กซ์ ทฤษฏี ว่าด้วยการปฏิวัติของมาร์กซ์อาจกล่าวได้ว่าเป็นทฤษฎีที่ทรงพลังและมีควา...
-
เรียน "รัฐศาสตร์ IR" อย่างคนมีกึ๋น ? กติกา: 1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่ 2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เ...
-
นานาทัศนะว่าด้วยโลกาภิวัฒน์ Globalization เริ่มเป็นที่รู้จักกันในสังคมไทยตั้งแต่ต้นทศวรรษที่ 90s (ประมาณ พ.ศ. 2533) โดยในระยะแรก อ.ชัยอนันต...
-
กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub region Economic Cooperation: GMS) เป็นความร่วมมือของ 6...
-
แนวคิดว่าด้วยการปฏิวัติตามทฤษฎีการพัฒนาสู่ความทันสมัย ตลอด ช่วงศตวรรษที่ 20 ที่ผ่านมา ได้เกิดการปฏิวัติขึ้นในหลายประเทศและภูมิภาคของโลก ท...
-
ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน • ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเสาหลักความร่วมมือเพื่อสร้างประชาคมอาเซียนภายใน...
-
Remembering the Revolution : Behavioralism in American Political Science โดย James Farr ราม โชติคุต แปล สรุปและเรียบเรียงใหม่ บทความทางร...
-
ทฤษฏีสมคบคิด – มองสถานการณ์ในลิเบียผ่านทฤษฏีสมคบคิด โดย พ.อ. ดร. ธีรนันท์ นันทขว้าง สถานการณ์โดยรวม จากวันที่สหประชาชาติ โดยคณะมนตร...
-
ทฤษฎีการปฏิวัติสังคมของเหมา เจ๋อ ตุง เป็น ที่ทราบกันดีในแวดวงวิชาการมาร์กซิสต์ว่า คาร์ล มาร์กซ์ (Karl Marx, 1818 – 1883) และเฟรเดริค เอง...
-
สถานการณ์ในตะวันออกกลาง – มหากาพย์แห่งการปฏิวัติประชาชนในตะวันออกกลาง โดย พ.อ. ดร.ธีรนันท์ นันทขว้าง สถานการณ์ในตะวันออกกลางและแอฟร...
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น