บทความที่ได้รับความนิยม

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554

ญี่ปุ่นกับการกอบกู้เศรษฐกิจหลังแผ่นดินไหว

ญี่ปุ่นกับการกอบกู้เศรษฐกิจหลังแผ่นดินไหว

1995
ญี่ปุ่นเคยเผชิญภัยพิบัติครั้งร้ายแรงมาแล้วในแผ่นดินไหวที่เมืองโกเบใน ปี 1995 มีผู้เสียชีวิตประมาณ 6 พันคน พร้อมกับอาคารบ้านเรือนกว่า 200,000 แห่งในเมืองโกเบที่ต้องพังพินาศ เศรษฐกิจญี่ปุ่นที่อยู่ในภาวะชะงักชะงันอันยาวนานก็ได้รับผลกระทบ เพราะงบประมาณจำนวนมากต้องนำไปบูรณะฟื้นฟูบ้านเรือนและดูแลประชาชนที่สูญ เสีย
แต่หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนั้น ญี่ปุ่นก็แสดงให้โลกเห็น “มหัศจรรย์แห่งเอเชีย” จากที่ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าโกเบจะต้องใช้เวลาถึง 10 ปีในการบูรณะเมืองกลับมาสมบูรณ์ดังเดิม ในความเป็นจริงนั้น เขตอุตสาหกรรมรอบๆ โกเบใช้เวลาเพียง 15 เดือนสำหรับการผลิตที่กลับมา 98% ของอัตราก่อนแผ่นดินไหว 21 เดือนสำหรับการซ่อมแซมทางด่วนภายในเมือง และ 26 เดือนสำหรับการซ่อมแซมท่าเรือที่เสียหายอย่างหนัก เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัวจากแผ่นดินไหวได้เร็วกว่าที่ทุกคนคาดคิด
คำถามก็คือ เหตุการณ์แผ่นดินไหวทางตอนเหนือรอบนี้ จะมีความเหมือน-ต่างกับเหตุการณ์ที่โกเบอย่างไร โดยเฉพาะปัจจัยทางเศรษฐกิจ
ชั้นวางของในซูเปอร์มาร์เก็ตที่โตเกียว ว่างโล่งเนื่องจากชาวญี่ปุ่นแห่กันไปกักตุนอาหารและสินค้า (ภาพจาก Yohei Yamashita)
2011
สถานการณ์ของภาคอุตสาหกรรมในตอนนี้ มีรายงานว่าโตโยต้าและนิสสันสั่งหยุดการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในโรงงานกว่า 20 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น ส่วนฮอนด้าสั่งปิดโรงงานสองในสามของที่มีอยู่ ส่วนเครืออุตสาหกรรมใหญ่อื่นๆ เช่น Kirin, Fuji, Nestle ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวจนต้องหยุดการผลิต โซนี่ต้องหยุดโรงงานแปดแห่งและอพยพพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิ ท่าเรือทุกแห่งหยุดให้บริการเพราะเกรงจะเสียหายจากอาฟเตอร์ช็อค ส่วนโรงไฟฟ้าผลิตพลังงานไม่พอใช้ และต้องปล่อยให้ไฟดับบ้างในบางพื้นที่
การประเมินจากบริษัท Equecat ระบุว่าในช่วงสุดสัปดาห์หลังแผ่นดินไหว เศรษฐกิจญี่ปุ่นเสียหายคิดเป็นมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วน Nomura ที่เคยประเมินว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะกลับมาเติบโตในไตรมาสที่สองของปี 2011 ก็ให้ข้อมูลว่า “มันจะไม่เกิดขึ้นแล้ว” และผลกระทบทางเศรษฐกิจจากแผ่นดินไหวในระยะสั้นจะ “รุนแรงกว่ากรณีของโกเบ”
ผลกระทบของแผ่นดินไหวรอบล่าสุดร้ายแรงกว่าแผ่นดินไหวที่โกเบ และเศรษฐกิจญี่ปุ่นในปัจจุบันก็อ่อนแอกว่าปี 1995 โดยหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นขณะนี้อยู่ที่ 200% ของ GDP ซึ่งมากกว่าปี 1995 ถึงสองเท่าตัว
ในฝั่งของนักลงทุนตอนนี้ยังมีแต่ความตื่นตระหนก ดัชนีตลาดหุ้น Nikkei เปิดทำการวันแรกหลังแผ่นดินไหว ตกลง 6.18% ส่วนธนาคารแห่งชาติญี่ปุ่นได้อัดฉีดเงินเข้าไปในระบบถึง 7 ล้านล้านเยน (85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อรักษาเสถียรภาพของค่าเงินเยน โดยอัตราการแลกเปลี่ยนที่สิ้นสุด ณ วันนี้ เงินเยนแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย
ดัชนีหุ้น Nikkei ร่วงลงทันทีหลังเปิดขายในวันจันทร์หลังแผ่นดินไหว
ยังมีแสงสว่าง
อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่สดใสหลายอย่างต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจญี่ปุ่นหลังแผ่นดินไหว ภาครัฐจะมีเงินใช้จ่ายเพื่อบูรณะประเทศ โดยใช้วิธียืมเงินออมจากประชาชนญี่ปุ่น (ซึ่งมีเงินออมมากที่สุดในโลกชาติหนึ่ง) นอกจากนี้ญี่ปุ่นจะใช้การถอนการลงทุนภายนอกประเทศเพื่อกลับมาฟื้นฟูประเทศ ซึ่งตัวเลขในปี 2010 ญี่ปุ่นมีเงินลงทุนนอกประเทศสูงถึง 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการที่เงินลงทุนไหลกลับเข้าประเทศอาจทำให้เงินเยนมีค่าแข็งขึ้นในระยะ ใกล้
นักวิเคราะห์คาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะเริ่มกลับมาขยายตัวในไตรมาสที่สี่ ของปี 2011 แทน ซึ่งผลกระทบจากแผ่นดินไหวทำให้เศรษฐกิจเติบโตช้าไป 2-3 ไตรมาส การวิเคราะห์ของ Nomura แม้ว่าจะประเมินความเสียหายร้ายแรงกว่ากรณีของโกเบ แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นนานแค่หลักเดือนเท่านั้น
ถ้ามองโลกในแง่ดี ตัวเลข GDP ของญี่ปุ่นจะเติบโตเร็วขึ้นเพราะนับรวมมูลค่าจากการก่อสร้างและซ่อมแซม ประเทศ อย่างไรก็ตาม GDP ไม่ได้สะท้อนสภาพความเป็นอยู่จริงของประชากรและเศรษฐกิจไปเสียทั้งหมด
ในเบื้องต้น ราคาน้ำมันโลกตกลงเพราะนักลงทุนรอประเมินสถานการณ์ในญี่ปุ่น แต่นักวิเคราะห์คาดว่าญี่ปุ่นจะสั่งปิดโรงงานนิวเคลียร์ทั้งหมดไปอีกระยะ หนึ่ง ทำให้อัตราการผลิตพลังงานในประเทศลดลงไป และญี่ปุ่นจะต้องนำเข้าน้ำมัน ถ่านหิน และแก๊สทดแทนมากขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น