สถานการณ์ในตะวันออกกลาง – มหากาพย์แห่งการปฏิวัติประชาชนในตะวันออกกลาง
โดย พ.อ. ดร.ธีรนันท์ นันทขว้าง
สถานการณ์ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือนั้น ยังคงลุกลาม บานปลายยากที่จะคาดเดาได้ว่าจะไปในทิศทางใด ทั้งนี้เพราะความสลับซับซ้อนของปัญหาและ พลวัตรต่างๆ ได้ส่งผลให้ สถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยหลายๆ คนมักจะมีความเชื่อว่าสถานการณ์การก่อความไม่สงบ ล้มล้างอำนาจของผู้ปกครองนั้น
เริ่มมาจากตูนีเซีย เพราะตูนีเซียเป็น ประเทศแรกที่ประชาชน สามารถที่จะทำการล้มล้างการปกครองได้สำเร็จ และตามมาด้วยประเทศอียิปต์ จนทำให้มีนักวิชาการหลายฝ่ายมีความเชื่อว่าความสำเร็จของการล้มล้างการ ปกครองโดยประชาชนจะแพร่กระจายไปในลักษณะที่เรียกว่า เป็นโดมิโน (Domino Effect หรือ Domino Theory) ครั้งใหม่ที่เกิดขึ้น ณ ตะวันออกกลาง

หลังจากสถานการณ์การล้มล้างการปกครองในตูนีเซียได้ยุติลง ตามมาด้วยความสำเร็จของมวลชนในอียิปต์ อีกทั้งใน เยเมน บาเรนห์ และซีเรียก็ได้มีการก่อตัวของมวลชนในลักษณะที่คล้ายกัน และยังรวมไปถึง ลิเบีย ซึ่งลิเบียจะมีความแตกต่างกันเพราะกลุ่มที่ลุกขึ้นมาทำการต่อต้านรัฐบาลของ พ.อ.กัดดาฟี่ กลับกลายเป็นมวลชน ผสมผสานกับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ และนำไปสู่การแทรกแซงโดยสหประชาชาติในที่สุด ทำให้สถานการณ์ในลิเบียจึงมีความแตกต่างจาก กลุ่มประเทศในตะวันออกกลางและประเทศในแอฟริกาเหนือ
นอกจากนี้ในปัจจุบันสถานการณ์ในประเทศตะวันออกกลาง และกลุ่มประเทศในแอฟริกาเหนือยังคงอยู่ในสภาวะที่ยังเผชิญกับการเรียกร้อง ของมวลชน และในหลายประเทศยังคงมีการปราบปรามที่มีความรุนแรงทำให้เกิดการเสียชีวิต ขึ้น ปรากฏการณ์ในครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่ทั้งโลกให้ความสนใจ หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีการลุกลามบานปลายไปจริง สิ่งที่ตามมาจะส่งผลกระทบกับ ภูมิรัฐศาสตร์โลก และที่สำคัญเมื่อประเทศต่างๆ ได้รับผลกระทบจากการที่ ภูมิรัฐศาสตร์โลกเปลี่ยน ประเทศไทยย่อมต้องได้รับผลกระทบตามไปด้วย
ส่วนตูนิเซีย อียิปต์ บาเรนห์ ซีเรีย และประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศ กลุ่มต่อต้านไม่ได้ใช้อาวุธ แต่ใช้การรวมตัวของประชาชน

สถานการณ์ที่นำไปสู่การเรียกร้องทางสังคมนั้นเริ่มต้นมาจากเงื่อนไขต่างๆ ของกลุ่มแต่ละกลุ่ม โดยเงื่อนไขเหล่านี้จะถูกแปลงเป็นความต้องการ ของกลุ่มและแต่ละกลุ่มจะมีความต้องการที่ตรงกัน และเมื่อมีความต้องการที่เห็นพ้องต้องกันทั้งสังคม หรือส่วนใหญ่ของสังคม ซึ่งหากมีพลังเพียงพอก็จะนำไปสู่ การเปลี่ยนแปลงได้ 2 ลักษณะคือ
ปัจจุบันสถานการณ์ก็ยังคงดำรงต่อไป โดยกองกำลังฝ่ายรัฐบาลถูกโจมตีจากพันธมิตรประเทศตะวันตก ทำให้ขีดความสามารถทางทหารของกองกำลังฝ่ายรัฐบาลลดลง นอกจากนี้กลุ่มพันธมิตรประเทศตะวันตกยังให้การสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ กับกลุ่มต่อต้านในลิเบีย สำหรับแนวคิดในการก่อความไม่สงบโดยใช้อาวุธสามารถแสดงได้ในภาพที่ 2 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

แนวทางนี้หากทำสำเร็จก็จะทำให้สามารถเปลี่ยนแปลงผู้นำและรวมถึงล้มล้าง การปกครองระบอบเดิมได้ แต่หากทำไม่สำเร็จ การปกครองก็ยังคงเป็นระบอบเดิม และมีความเป็นไปได้ที่จะนำไปสู่สถานการณ์สงครามกลางเมือง เนื่องจาก กลุ่มต่อต้านที่เสียเปรียบอาจะรวบรวมผู้ที่มีความต้องการคล้ายกันได้มากขื้น
มหากาพย์ แห่งการ ปฏิวัติประชาชนในตะวันออกกลาง
การพัฒนาของสถานการณ์ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางไม่ว่าจะไปในทิศทางใดย่อม ที่จะส่งผลกระทบกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพราะแต่ละประเทศมีเศรษฐกิจที่พึ่งพากัน หากพิจารณาแล้วจะเห็นได้ว่าสถานการณ์ได้พัฒนาเป็นช่วง 2 ช่วง และหากพิจารณาต่อไปในอนาคตก็อาจจะทำให้สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นมีชัดเจนและนำ ไปสู่การเตรียมการเผชิญกับสถานการณ์ได้ โดยการพิจารณาจะใช้คำศัพท์จากภาพยนต์เรื่อง Star War มาอธิบายเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ดังแสดงในภาพที่ 3 และ รายละเอียดดังต่อไปนี้

ในขณะที่สถานการณ์ในตูนีเซียกำลังจะสุกงอม ทางอียิปต์ก็ได้มีมวลชนเริ่มออกมา เพราะเห็นว่าทางสถานการณ์ในตูนีเซีย มีแนวโน้มที่ประชาชนจะชน ทำให้อียิปต์ประสบความสำเร็จตามตูนีเซีย จากสถานการณ์ทั้ง 2 ประเทศนั้น ได้ก่อให้เกิดความหวังขึ้นใหม่ของประชาชนที่ต้องการจะล้มล้างการปกครอง ความสำเร็จของประชาชนใน ตูนีเซีย และอียิปต์ จึงเปรียบเสมือน กับ “ความหวังใหม่ หรือ A New Hope” สำหรับประชาชนในประเทศอื่นๆในตะวันออกกลาง
ด้วยการใช้ความรุนแรงเหล่านี้เองได้ทำให้ การเคลื่อนไหวโดยใช้มวลชนเป็นไปด้วยความลำบาก เพราะ การเคลื่อนไหวโดยมวลชนนั้นในหลายประเทศจึงอยู่ในภาวะชงักงัน ทำให้ผู้ที่ปกครองกลับมามีอำนาจเบ็ดเสร็จอีกครั้ง ด้วยความสำเร็จของผู้ที่ปกครองประเทศในปัจจุบันนี้เอง จึงเปรียบเสมือน กับสภาพที่เรียกว่า “จักรวรรดิโต้กลับ หรือ The Empire Strikes Back” ในประเทศตะวันออกกลางอื่นๆ
หากมวลชนที่เคลื่อนไหวสามารถหาแนวทางที่จะเอาชนะ การดำเนินการปราบปรามของภาครัฐได้ ก็จะส่งผลให้สถานการณ์มีสภาพเป็น “การกลับมาของเจได (ประชาชน) หรือ Return of the Jedi (People)” โดยในที่นี่ Jedi หมายถึงประชาชน ที่ต่อสู้เพื่อสันติภาพ ความยุติธรรม และความสงบเรียบร้อย และหากมวลชนเคลื่อนไหวไม่ประสบความสำเร็จ สถานการณ์ก็ยังคงดำรงอยู่ใน ฉากที่ 2 นั้น คือ The Empire Strikes Back ดังนั้นสถานการณ์ในตะวันออกกลาง จะขยับมาอยู่ที่ Return of the Jedi (People) หรือไม่นั้นคงต้องรอดูกันต่อไป
บทสรุป
สถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็น สถานการณ์ที่ทุกๆ คนต้องคิดตามและให้ความสนใจ เพราะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นที่ตะวันออกกลางและกลุ่มประเทศในแอฟริกา เหนือ นั้นย่อมที่จะส่งผลกระทบต่อ ภูมิรัฐศาสตร์โลก และเมื่อภูมิรัฐศาสตร์โลกเปลี่ยน ประเทศต่างๆ ในโลกย่อมที่จะได้รับผลกระทบ ซึ่งก็รวมถึงประเทศไทยด้วย การแพร่กระจายการล้มล้างการปกครองที่เกิดในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและ แอฟริการเหนือ สามารถใช้เป็นตัวแบบในการทำความเข้าใจถึงการล้มล้างการปกครองโดยมวลชนได้ เป็นอย่างดี ทั้งการก่อความไม่สงบโดยมวลชนใช้อาวุธและไม่ใช้อาวุธ
สำหรับประเทศไทยแม้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศได้ผ่านพ้นมาหนึ่งปี แล้ว และประเทศไทยก็กำลังจะมีการเลือกตั้งที่หลายๆ ฝ่ายถามหา และเชื่อว่าน่าจะทำให้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นหายไป แต่การเลือกตั้งก็ไม่ได้หมายความและรับประกันว่าประเทศไทยจะก้าวพ้นความขัด แย้ง เพราะความขัดแย้งดังกล่าวถูกซุกซ่อนไว้ในใจของคนหลายกลุ่ม รอวันที่ปะทุออกมา
เพราะความขัดแย้งที่ยุติไปเมื่อปีที่ผ่านมานั้น มีหลายฝ่ายไม่ได้ในสิ่งที่ตนเองเรียกร้อง ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสที่จะเผชิญกับการก่อความไม่สงบในรูปแบบต่างๆ ที่อาจศึกษาได้จากตัวแบบที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง วันนี้หากเราคนไทยทุกคนไม่ช่วยกันร่วมกันทำให้ประเทศก้าวผ่านความขัดแย้งที่ เกิดขึ้นไปให้ได้แล้ว ก็คงไม่มีใครสามารถช่วยเหลือเราได้เลย เอ….. วัง ครับ
สถานการณ์ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือนั้น ยังคงลุกลาม บานปลายยากที่จะคาดเดาได้ว่าจะไปในทิศทางใด ทั้งนี้เพราะความสลับซับซ้อนของปัญหาและ พลวัตรต่างๆ ได้ส่งผลให้ สถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยหลายๆ คนมักจะมีความเชื่อว่าสถานการณ์การก่อความไม่สงบ ล้มล้างอำนาจของผู้ปกครองนั้น
เริ่มมาจากตูนีเซีย เพราะตูนีเซียเป็น ประเทศแรกที่ประชาชน สามารถที่จะทำการล้มล้างการปกครองได้สำเร็จ และตามมาด้วยประเทศอียิปต์ จนทำให้มีนักวิชาการหลายฝ่ายมีความเชื่อว่าความสำเร็จของการล้มล้างการ ปกครองโดยประชาชนจะแพร่กระจายไปในลักษณะที่เรียกว่า เป็นโดมิโน (Domino Effect หรือ Domino Theory) ครั้งใหม่ที่เกิดขึ้น ณ ตะวันออกกลาง
หลังจากสถานการณ์การล้มล้างการปกครองในตูนีเซียได้ยุติลง ตามมาด้วยความสำเร็จของมวลชนในอียิปต์ อีกทั้งใน เยเมน บาเรนห์ และซีเรียก็ได้มีการก่อตัวของมวลชนในลักษณะที่คล้ายกัน และยังรวมไปถึง ลิเบีย ซึ่งลิเบียจะมีความแตกต่างกันเพราะกลุ่มที่ลุกขึ้นมาทำการต่อต้านรัฐบาลของ พ.อ.กัดดาฟี่ กลับกลายเป็นมวลชน ผสมผสานกับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ และนำไปสู่การแทรกแซงโดยสหประชาชาติในที่สุด ทำให้สถานการณ์ในลิเบียจึงมีความแตกต่างจาก กลุ่มประเทศในตะวันออกกลางและประเทศในแอฟริกาเหนือ
นอกจากนี้ในปัจจุบันสถานการณ์ในประเทศตะวันออกกลาง และกลุ่มประเทศในแอฟริกาเหนือยังคงอยู่ในสภาวะที่ยังเผชิญกับการเรียกร้อง ของมวลชน และในหลายประเทศยังคงมีการปราบปรามที่มีความรุนแรงทำให้เกิดการเสียชีวิต ขึ้น ปรากฏการณ์ในครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่ทั้งโลกให้ความสนใจ หากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีการลุกลามบานปลายไปจริง สิ่งที่ตามมาจะส่งผลกระทบกับ ภูมิรัฐศาสตร์โลก และที่สำคัญเมื่อประเทศต่างๆ ได้รับผลกระทบจากการที่ ภูมิรัฐศาสตร์โลกเปลี่ยน ประเทศไทยย่อมต้องได้รับผลกระทบตามไปด้วย
การถอดรหัส การปฏิวัติประชาชนในตะวันออกกลาง
สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลางนั้นในปัจจุบันมีรูปแบบอยู่ 2 รูปแบบคือ กลุ่มก่อความไม่สงบไม่มีการใช้อาวุธ และมีการใช้อาวุธ การใช้อาวุธที่เห็นได้ชัดคือ สถานการณ์ในลิเบีย ที่กลุ่มต่อต้านมีการติดอาวุธ และทำการสู้รบเพื่อล้มล้างรัฐบาล และสถานการณ์ได้บานปลายไปสู่การเข้าแทรกแซงโดยมติคณะมนตรีความมั่นคงสหประชา ชาติ ที่ 1973 (UN security council resolution 1973)ส่วนตูนิเซีย อียิปต์ บาเรนห์ ซีเรีย และประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศ กลุ่มต่อต้านไม่ได้ใช้อาวุธ แต่ใช้การรวมตัวของประชาชน
1) การก่อความไม่สงบโดยมวลชนไม่ใช้อาวุธ:
รูปแบบการก่อความ ไม่สงบนี้เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นในประเทศตะวันอออกกลางส่วนใหญ่ เริ่มจากประเทศตูนีเซีย ซึ่งมีชื่อเรียกกันว่าเป็น ปฏิวัติดอกมะลิ (Jasmine Revolution) ที่สำเร็จขึ้นเมื่อ ม.ค. 54 ที่ผ่านมา และตามมาที่อียิปต์ในห้วง ก.พ.-มี.ค.54 ที่ผ่านมา และยังมีเหตุการณ์ในเยเมน บาเรนห์ ซีเรีย และอีกหลายประเทศ สำหรับแนวคิดในการก่อความไม่สงบโดยไม่ใช้อาวุธสามารถแสดงได้ในภาพที่ 1 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้สถานการณ์ที่นำไปสู่การเรียกร้องทางสังคมนั้นเริ่มต้นมาจากเงื่อนไขต่างๆ ของกลุ่มแต่ละกลุ่ม โดยเงื่อนไขเหล่านี้จะถูกแปลงเป็นความต้องการ ของกลุ่มและแต่ละกลุ่มจะมีความต้องการที่ตรงกัน และเมื่อมีความต้องการที่เห็นพ้องต้องกันทั้งสังคม หรือส่วนใหญ่ของสังคม ซึ่งหากมีพลังเพียงพอก็จะนำไปสู่ การเปลี่ยนแปลงได้ 2 ลักษณะคือ
1.1) การปฏิรูป:
แนวทางนี้เป็นแนว ทางที่ไม่ใช้ความรุนแรง และเกิดจากการปรับตัวของผู้ปกครองที่มอง และรับรู้ถึงพลังอำนาจที่เกิดจากมวลชนที่ออกมาเรียกร้อง จึงได้ทำการปรับ และเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อนที่จะถูกล้มล้าง โดยการปฏิรูปนั้นจะส่งผลให้เกิด การปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางสังคม และ รวมถึงการปรับเปลี่ยนผู้นำอีกด้วย1.2) การปฏิวัติ:
แนวทางนี้เป็นแนว ทางที่นำไปสู่การใช้ความรุนแรง มีความเป็นไปได้ 2 แนวทางคือ ปฏิวัติประสบความสำเร็จ ก็จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผู้ปกครองและระบอบที่ใช้ปกครองอยู่ หากการปฏิวัติสำเร็จ ย่อมจะส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นระบอบใหม่ และรวมถึงการปรับเปลี่ยนผู้นำในการบริหารประเทศ2) การก่อความไม่สงบโดยมวลชนใช้อาวุธ:
รูปแบบของการก่อ ความสงบนี้จะปรากฏให้เห็นเด่นชัดได้แก่ สถานการณ์ในลิเบีย ที่กลุ่มต่อต้านมีอาวุธ และทำการสู้รบกับกองกำลังของรัฐบาลลิเบีย สถานการณ์ได้บานปลายจน สหประชาชาติ ได้เข้ามาแทรกแซง โดยออกมาตรการ “กำหนดเขตห้ามบิน” หรือ “No Fly Zone”ปัจจุบันสถานการณ์ก็ยังคงดำรงต่อไป โดยกองกำลังฝ่ายรัฐบาลถูกโจมตีจากพันธมิตรประเทศตะวันตก ทำให้ขีดความสามารถทางทหารของกองกำลังฝ่ายรัฐบาลลดลง นอกจากนี้กลุ่มพันธมิตรประเทศตะวันตกยังให้การสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ กับกลุ่มต่อต้านในลิเบีย สำหรับแนวคิดในการก่อความไม่สงบโดยใช้อาวุธสามารถแสดงได้ในภาพที่ 2 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
2.1) สงครามกองโจร:
แนวทางนี้เป็นแนว ทางที่เกิดจากมวลชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมีความด้อยกว่าหรือเสียเปรียบกลุ่ม อีกกลุ่มหนึ่ง ด้วยความเสียเปรียบนี้เองทำให้ต้องหาวิธีที่ชดเชยความเสียเปรียบที่เกิดขึ้น โดยการสร้างกลุ่มติดอาวุธขึ้นมาต่อสู้ แนวทางนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องมีกลุ่มหรือประเทศที่ทำหน้าที่เป็น รัฐอุปถัมภ์ หรือ ผู้อุปถัมภ์ (Sponsor)แนวทางนี้หากทำสำเร็จก็จะทำให้สามารถเปลี่ยนแปลงผู้นำและรวมถึงล้มล้าง การปกครองระบอบเดิมได้ แต่หากทำไม่สำเร็จ การปกครองก็ยังคงเป็นระบอบเดิม และมีความเป็นไปได้ที่จะนำไปสู่สถานการณ์สงครามกลางเมือง เนื่องจาก กลุ่มต่อต้านที่เสียเปรียบอาจะรวบรวมผู้ที่มีความต้องการคล้ายกันได้มากขื้น
2.2) รัฐประหาร:
ในแนวทางนี้เป็น แนวทางที่เกิดมาจาก มวลชนแต่ละกลุ่มอาจจะมีการรวมตัวกันแต่พลังไม่มากพอที่จะก่อให้เกิดการปลี่ ยนแปลง ทำให้ผู้ที่กุมอำนาจรัฐในปัจจุบัน หรือกองทัพตัดสินใจยึดอำนาจ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย แนวทางนี้หากทำสำเร็จ อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผู้นำและล้มล้างระบอบการปกครองเดิมได้ หากกระทำไม่สำเร็จ ก็จะกลับไปปกครองโดยระบอบเดิม และสถานการณ์อาจจะพัฒนาไปสู่ แนวทางอื่นๆ เช่น การทำสงครามกองโจร หรือ สงครามกลางเมืองได้2.3) สงครามกลางเมือง:
แนวทางนี้เกิดจาก มวลชนแต่ละกลุ่มมีความก้ำกึ่งกัน และกองทัพมีความแตกแยก ทำให้แต่ละกลุ่มตัดสินใจที่จะเคลื่อนมวลชน และกองทัพในส่วนของตนเข้าร่วม จนในที่สุดนำไปสู่การปะทะ หากยุติสถานการณ์ได้ก็ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงระบอบหรือ มีการปรับโครงสร้างทางสังคมขนานใหญ่ แค่หากสถานการณ์ไม่ยุติแล้ว มีความเป็นไปได้ว่าจะมีสภาพเป็นอนาธิปไตย หรือประเทศถูกแบ่งแยกมหากาพย์ แห่งการ ปฏิวัติประชาชนในตะวันออกกลาง
การพัฒนาของสถานการณ์ในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางไม่ว่าจะไปในทิศทางใดย่อม ที่จะส่งผลกระทบกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพราะแต่ละประเทศมีเศรษฐกิจที่พึ่งพากัน หากพิจารณาแล้วจะเห็นได้ว่าสถานการณ์ได้พัฒนาเป็นช่วง 2 ช่วง และหากพิจารณาต่อไปในอนาคตก็อาจจะทำให้สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นมีชัดเจนและนำ ไปสู่การเตรียมการเผชิญกับสถานการณ์ได้ โดยการพิจารณาจะใช้คำศัพท์จากภาพยนต์เรื่อง Star War มาอธิบายเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ดังแสดงในภาพที่ 3 และ รายละเอียดดังต่อไปนี้
1) ฉากที่ 1 ความหวังใหม่ (Episode I A New Hope):
สถานการณ์เริ่มแรก จะเริ่มจาก เหตุการณ์ในตูนีเซีย ที่ได้ประทุขึ้น จากการเผาตัวตายของ โมฮัมเหม็ด บูอาซีซี (Mohamed Bouazizi) ซึ่งเป็นผู้ที่จบการศึกษาทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science) แต่ตกงานอายุ 26 ปี เพราะอัตราการว่างงานของตูนีเซียนั้นสูงถึง 14% การตายเป็นชนวนให้ชาวตูนิเซียลุกฮือประท้วงรัฐบาล และนำไปสู่ชัยชนะในที่สุดในขณะที่สถานการณ์ในตูนีเซียกำลังจะสุกงอม ทางอียิปต์ก็ได้มีมวลชนเริ่มออกมา เพราะเห็นว่าทางสถานการณ์ในตูนีเซีย มีแนวโน้มที่ประชาชนจะชน ทำให้อียิปต์ประสบความสำเร็จตามตูนีเซีย จากสถานการณ์ทั้ง 2 ประเทศนั้น ได้ก่อให้เกิดความหวังขึ้นใหม่ของประชาชนที่ต้องการจะล้มล้างการปกครอง ความสำเร็จของประชาชนใน ตูนีเซีย และอียิปต์ จึงเปรียบเสมือน กับ “ความหวังใหม่ หรือ A New Hope” สำหรับประชาชนในประเทศอื่นๆในตะวันออกกลาง
2) ฉากที่ 2 จักรวรรดิโต้กลับ (Episode II The Empire Strikes Back):
เมื่อความสำเร็จของมวลชนที่มีพลังจนสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้เป็นจริง ในตูนีเซีย และอียิปต์ ทำให้อีกหลายประเทศเริ่มมองและใช้เป็นตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เยเมน ซีเรีย บาเรนห์ ลิเบีย และประเทศอื่นๆ ในขณะเดียวกันผู้ที่มีอำนาจปกครองก็พยายามหาวิธีการที่จะหยุดยั้งการเคลื่อน ไหวของมวลชนที่ออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งทางผู้ที่มีอำนาจปกครอง ก็เริ่มลองใช้แนวทางที่รุนแรง เช่นการยิงเข้าใส่ฝูงชนที่ประท้วงทำให้เสียชีวิต หรืออย่างลิเบียใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดใส่กลุ่มต่อต้านด้วยการใช้ความรุนแรงเหล่านี้เองได้ทำให้ การเคลื่อนไหวโดยใช้มวลชนเป็นไปด้วยความลำบาก เพราะ การเคลื่อนไหวโดยมวลชนนั้นในหลายประเทศจึงอยู่ในภาวะชงักงัน ทำให้ผู้ที่ปกครองกลับมามีอำนาจเบ็ดเสร็จอีกครั้ง ด้วยความสำเร็จของผู้ที่ปกครองประเทศในปัจจุบันนี้เอง จึงเปรียบเสมือน กับสภาพที่เรียกว่า “จักรวรรดิโต้กลับ หรือ The Empire Strikes Back” ในประเทศตะวันออกกลางอื่นๆ
3) ฉากที่ 3 การกลับมาของเจได (ประชาชน) (Episode III Return of the Jedi (People):
สำหรับสถานการณ์ใน ฉากที่ 3 นั้น เป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น และที่สำคัญจะเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่สุดจะคาดเดา และในสายตาของคนทั่วโลกที่ไม่ใช่ผู้นำหรือชนชั้นปกครองนั้น อยากจะให้การเรียกร้องของประชาชนโดยมวลชนเป็นผู้ชนะ แต่ภายหลังจากการตอบโต้อย่างรุนแรงของผู้นำหรือผู้บริหารประเทศต่างในตะวัน ออกกลางดังที่เป็นอยู่ในฉากที่ 2 นั้น ได้ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของมวลชน ไม่ประสบความสำเร็จ ชะงักงัน มวลชนที่เคลื่อนไหวก็จะเริ่มเรียนรู้และหาแนวทางที่จะไปบรรลุเป้าหมายที่ตน เองต้องการหากมวลชนที่เคลื่อนไหวสามารถหาแนวทางที่จะเอาชนะ การดำเนินการปราบปรามของภาครัฐได้ ก็จะส่งผลให้สถานการณ์มีสภาพเป็น “การกลับมาของเจได (ประชาชน) หรือ Return of the Jedi (People)” โดยในที่นี่ Jedi หมายถึงประชาชน ที่ต่อสู้เพื่อสันติภาพ ความยุติธรรม และความสงบเรียบร้อย และหากมวลชนเคลื่อนไหวไม่ประสบความสำเร็จ สถานการณ์ก็ยังคงดำรงอยู่ใน ฉากที่ 2 นั้น คือ The Empire Strikes Back ดังนั้นสถานการณ์ในตะวันออกกลาง จะขยับมาอยู่ที่ Return of the Jedi (People) หรือไม่นั้นคงต้องรอดูกันต่อไป
บทสรุป
สถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็น สถานการณ์ที่ทุกๆ คนต้องคิดตามและให้ความสนใจ เพราะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นที่ตะวันออกกลางและกลุ่มประเทศในแอฟริกา เหนือ นั้นย่อมที่จะส่งผลกระทบต่อ ภูมิรัฐศาสตร์โลก และเมื่อภูมิรัฐศาสตร์โลกเปลี่ยน ประเทศต่างๆ ในโลกย่อมที่จะได้รับผลกระทบ ซึ่งก็รวมถึงประเทศไทยด้วย การแพร่กระจายการล้มล้างการปกครองที่เกิดในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและ แอฟริการเหนือ สามารถใช้เป็นตัวแบบในการทำความเข้าใจถึงการล้มล้างการปกครองโดยมวลชนได้ เป็นอย่างดี ทั้งการก่อความไม่สงบโดยมวลชนใช้อาวุธและไม่ใช้อาวุธ
สำหรับประเทศไทยแม้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศได้ผ่านพ้นมาหนึ่งปี แล้ว และประเทศไทยก็กำลังจะมีการเลือกตั้งที่หลายๆ ฝ่ายถามหา และเชื่อว่าน่าจะทำให้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นหายไป แต่การเลือกตั้งก็ไม่ได้หมายความและรับประกันว่าประเทศไทยจะก้าวพ้นความขัด แย้ง เพราะความขัดแย้งดังกล่าวถูกซุกซ่อนไว้ในใจของคนหลายกลุ่ม รอวันที่ปะทุออกมา
เพราะความขัดแย้งที่ยุติไปเมื่อปีที่ผ่านมานั้น มีหลายฝ่ายไม่ได้ในสิ่งที่ตนเองเรียกร้อง ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสที่จะเผชิญกับการก่อความไม่สงบในรูปแบบต่างๆ ที่อาจศึกษาได้จากตัวแบบที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง วันนี้หากเราคนไทยทุกคนไม่ช่วยกันร่วมกันทำให้ประเทศก้าวผ่านความขัดแย้งที่ เกิดขึ้นไปให้ได้แล้ว ก็คงไม่มีใครสามารถช่วยเหลือเราได้เลย เอ….. วัง ครับ

